ดราม่าอีกแล้ว Sydney Sweeney อย่าบอกว่า “ผู้หญิงมีสิทธิ์เหนือร่างกาย” แล้วโกรธเมื่อเธอใช้สิทธินั้น

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Sydney Sweeney กลายเป็นประเด็นอีกครั้งจากแคมเปญโฆษณาของ Novig แพลตฟอร์มเกี่ยวกับการเดิมพันและการซื้อขายผลการแข่งขันกีฬา ตัวโฆษณาใช้ภาพ Sydney ในลักษณะเซ็กซี่มาก บางช็อตแทบไม่ได้สวมเสื้อผ้า และใช้อุปกรณ์กีฬาอย่างลูกฟุตบอล บาสเกตบอล หรือไม้กีฬาเข้ามาเป็นส่วนประกอบของภาพ จนเกิดกระแสวิจารณ์จากนักกีฬาหญิงจำนวนหนึ่งว่าโฆษณาชิ้นนี้กำลังทำให้ผู้หญิงในวงการกีฬากลับไปถูกมองผ่านรูปร่างและเรื่องเพศ มากกว่าความสามารถทางกีฬา

เราเข้าใจว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกแบบนั้น และทุกคนมีสิทธิ์วิจารณ์โฆษณาชิ้นหนึ่งได้เต็มที่ แต่สิ่งที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกแปลกคือ การถกเถียงจากคำถามว่า “โฆษณานี้เหมาะสมกับวงการกีฬาหรือไม่” ค่อย ๆ กลายเป็นการตั้งคำถามกับผู้หญิงคนหนึ่งว่า ทำไมเธอถึงเลือกใช้ร่างกายของตัวเองแบบนี้

และตรงนี้ต่างหากที่เราคิดว่าน่าสนใจกว่าตัวโฆษณาเสียอีก

เราบอกว่าผู้หญิงมีสิทธิ์เหนือร่างกายตัวเอง แล้วทำไมพอผู้หญิงเลือกเซ็กซี่ เรากลับรับไม่ได้?

ดูโฆษณาที่กำลังเป็นประเด็น

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หนึ่งในแก่นสำคัญของขบวนการสิทธิสตรีคือ bodily autonomy หรือสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง

ผู้หญิงควรเลือกได้ว่าจะใส่อะไร

ผู้หญิงควรเลือกได้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่

ผู้หญิงควรเลือกได้ว่าจะมีลูกหรือไม่

ผู้หญิงควรสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และสุขภาพของตัวเอง

และผู้หญิงไม่ควรถูกตัดสินคุณค่าจากเสื้อผ้าที่เธอใส่

ถ้าเราเชื่อหลักการเหล่านี้จริง สิทธินั้นก็ควรต้องรวมถึงสิทธิที่จะ ใส่น้อยชิ้น เซ็กซี่ ถ่ายนู้ด หรือใช้ภาพลักษณ์ทางเพศของตัวเอง ด้วย ตราบใดที่เป็นการตัดสินใจของเจ้าตัวเอง

เราไม่สามารถพูดว่า “ร่างกายของคุณ ทางเลือกของคุณ” แล้วเติมเครื่องหมายดอกจันข้างหลังว่า

ยกเว้นว่าคุณสวยเกินไป เซ็กซี่เกินไป หรือใช้ร่างกายแบบที่เราไม่ชอบ

เพราะถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ไม่ได้เป็น freedom of choice จริง ๆ

มันแค่เปลี่ยนคนที่ออกคำสั่งให้ผู้หญิงเท่านั้นเอง

ที่ย้อนแย้งกว่านั้นคือ Feminism เคยต่อสู้เพื่อสิ่งนี้มาก่อน

เรื่องผู้หญิงเปลือยท่อนบนไม่ใช่ประเด็นใหม่เลย

Scout Willis during the Free The Nipple protest in New York
Scout Willis กับประเด็นสิทธิบนร่างกายของผู้หญิงในปี 2014

ย้อนกลับไปในปี 2014 Scout Willis ลูกสาวของ Bruce Willis และ Demi Moore เคยเดินเปลือยท่อนบนในนครนิวยอร์กเพื่อประท้วงนโยบายของ Instagram ที่อนุญาตให้มีเนื้อหาหลายประเภทบนแพลตฟอร์ม แต่กลับเซ็นเซอร์หัวนมของผู้หญิง เธอเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของตัวเองกับแนวคิด #FreeTheNipple และพูดถึงสิทธิของผู้หญิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง

ในยุคนั้น การตั้งคำถามว่า ทำไมผู้ชายสามารถถอดเสื้อได้ แต่ผู้หญิงทำไม่ได้? ถือเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเรื่องความเท่าเทียมอย่างจริงจัง

มันจึงน่าสนใจว่าเพียงสิบกว่าปีต่อมา เรากลับมานั่งถกเถียงกันอีกครั้งว่า ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะโชว์ร่างกายมากแค่ไหนถึงจะถือว่า “เหมาะสม”

เรากำลังก้าวหน้า หรือเราแค่เปลี่ยนภาษาของการควบคุมผู้หญิงให้ฟังทันสมัยขึ้น?

และ Sydney Sweeney ก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงคนแรกที่ถ่ายภาพลักษณะนี้

Affiliate Disclosure: ลิงก์ Apple TV ในบทความนี้เป็นลิงก์ Affiliate หากมีการรับชมหรือซื้อผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
Anyone But You starring Sydney Sweeney

Anyone But You

อีกหนึ่งผลงานของ Sydney Sweeney

ดูบน Apple TV

หลังเกิดกระแสวิจารณ์ Sydney แชร์ภาพจาก ESPN The Body Issue ซึ่งเคยนำเสนอร่างกายของนักกีฬาชื่อดังแบบเปลือยหรือเกือบเปลือย รวมถึง Serena Williams, Ronda Rousey และนักกีฬาชายอีกหลายคน นักวิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามตอบว่า context แตกต่างกัน เพราะ ESPN ใช้ภาพเหล่านั้นเพื่อเฉลิมฉลองร่างกายและความสามารถของนักกีฬา ขณะที่ Novig ใช้ภาพเซ็กซี่เพื่อขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกีฬาและการพนัน

ตรงนี้เป็นข้อโต้แย้งที่สมเหตุสมผล

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คำถามเดิมยิ่งชัดขึ้นกว่าเดิม

Serena Williams photographed for ESPN The Body Issue
ถ้าร่างกายเปลือยของ Serena Williams สามารถเป็นภาพของ empowerment ได้ แล้วอะไรคือเส้นที่ทำให้ร่างกายของ Sydney Sweeney กลายเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนอื่นต้องประณาม?
Serena Williams ESPN Body Issue

คำตอบอาจไม่ได้ง่ายอย่างที่โซเชียลมีเดียพยายามทำให้มันเป็น

การวิจารณ์บริษัทกับการควบคุมผู้หญิงเป็นคนละเรื่อง

ตรงนี้เราคิดว่าต้องแยกให้ออก

เราสามารถวิจารณ์ Novig ได้

เราสามารถตั้งคำถามกับอุตสาหกรรมพนันกีฬาได้

เราสามารถถามว่าบริษัทกำลังใช้ sex appeal เพื่อดึงดูดผู้ชายเข้าสู่การพนันหรือไม่

อดีตนักกีฬาโอลิมปิกและนักการเมืองออสเตรเลีย Zali Steggall ก็วิจารณ์แคมเปญในทิศทางนี้ โดยมองว่ามันเป็นการใช้ sexualisation เพื่อดึงผู้ชายเข้าสู่การพนัน และอาจลดทอนคุณค่าของความสำเร็จของนักกีฬาหญิง

ทั้งหมดนั้นเป็นคำถามที่ควรถกเถียง

แต่คำถามว่า บริษัทใช้ผู้หญิงอย่างไร กับคำถามว่า ผู้หญิงคนนั้นมีสิทธิ์ใช้ร่างกายตัวเองอย่างไร ไม่ควรถูกจับรวมเป็นเรื่องเดียวกัน

Sydney Sweeney in the Novig sports campaign

Sydney ไม่ใช่นักกีฬาหญิงที่ถูกบังคับให้ใส่ชุดเซ็กซี่ลงสนาม เธอเป็นนักแสดงวัยผู้ใหญ่ที่ตกลงเข้าร่วมแคมเปญ และในกรณีนี้เธอยังมี equity stake ใน Novig ด้วย นั่นทำให้เธอไม่ได้เป็นเพียงนางแบบที่บริษัทจับมาวางไว้ในโฆษณาเท่านั้น

เราจึงสามารถวิจารณ์การตัดสินใจทางธุรกิจของเธอได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันเป็นการตัดสินว่า ผู้หญิงที่โชว์เรือนร่างกำลังทำร้ายผู้หญิงคนอื่น

Feminism ไม่ควรกลายเป็น Conservative ในเสื้อผ้าชุดใหม่

นี่คือส่วนที่ทำให้เรากังวลที่สุด

ครั้งหนึ่งผู้หญิงต่อสู้กับความคิดแบบอนุรักษนิยมที่บอกว่า กระโปรงต้องยาวเท่านี้ หน้าอกต้องปิดเท่านี้ ผู้หญิงที่แสดงออกทางเพศมากเกินไปไม่ใช่ “ผู้หญิงดี”

แต่ถ้าวันนี้เราเปลี่ยนประโยคเหล่านั้นเป็น

“ผู้หญิงที่แต่งตัวเซ็กซี่กำลังทำร้ายผู้หญิง”

“ผู้หญิงที่ใช้ sex appeal กำลังทำลาย feminism”

“ผู้หญิงที่ถ่ายนู้ดกำลังทำให้ผู้ชายมองผู้หญิงเป็นวัตถุ”

เราได้ปลดปล่อยผู้หญิงจริง ๆ หรือเพียงเปลี่ยนเหตุผลที่ใช้ควบคุมเธอ?
Reality starring Sydney Sweeney

Reality

ชมอีกหนึ่งผลงานการแสดงของ Sydney Sweeney

ดูบน Apple TV

แน่นอน Feminism ไม่ได้มีแนวคิดเดียว นักสตรีนิยมบางสายให้ความสำคัญกับ autonomy และเสรีภาพส่วนบุคคล ขณะที่บางสายวิพากษ์อุตสาหกรรมที่สร้างกำไรจากการ sexualize ผู้หญิง ดังนั้นการถกเถียงเรื่องนี้ภายใน Feminism เองมีมานานแล้ว

แต่สำหรับเรา หลักการพื้นฐานควรเรียบง่ายมาก

ถ้าเราเรียกร้องสิทธิให้ผู้หญิงเลือก เราต้องยอมรับด้วยว่าบางครั้งผู้หญิงจะเลือกในสิ่งที่เราไม่เลือกให้ตัวเอง

นั่นคือความหมายของเสรีภาพ

ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนของผู้หญิงทุกคนตลอดเวลา

อีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ค่อยชอบในวัฒนธรรมออนไลน์ยุคนี้คือ ทุกครั้งที่ผู้หญิงมีชื่อเสียงทำอะไรบางอย่าง เธอเหมือนถูกบังคับให้ต้องรับผิดชอบต่อ “ภาพลักษณ์ของผู้หญิงทั้งโลก”

Sydney Sweeney เป็นนักแสดง

เธอไม่ใช่คณะกรรมการกำหนดมาตรฐาน Feminism

เธอไม่ใช่ตัวแทนของนักกีฬาหญิง

และเธอไม่จำเป็นต้องใช้ร่างกายตัวเองในแบบที่ผู้หญิงคนอื่นเห็นชอบ

ในทางเดียวกัน นักกีฬาหญิงที่ไม่ชอบโฆษณานี้ก็มีสิทธิ์วิจารณ์เต็มที่

ความเท่าเทียมไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนต้องคิดเหมือนกัน

มันหมายความว่าผู้หญิงแต่ละคนมีสิทธิ์ตัดสินใจและมีสิทธิ์พูด โดยไม่มีใครต้องถูกยกให้เป็นตัวแทนของเพศทั้งหมด

บางทีสิ่งที่เราต้องเลิกทำ คือหา “ผู้หญิงคนใหม่” มารุมทุกสัปดาห์

Social media มีวงจรที่เราเริ่มคุ้นเคย

Echo Valley starring Sydney Sweeney

Echo Valley

ดูผลงานของ Sydney Sweeney บน Apple TV

ดูบน Apple TV

เราไม่ได้บอกว่าห้ามวิจารณ์ Sydney Sweeney หรือห้ามวิจารณ์โฆษณา Novig ตรงกันข้าม การวิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพเหมือนกัน

สิ่งที่เรากำลังวิจารณ์คือระบบ บริษัท การพนัน การตลาด หรือเรากำลังโกรธผู้หญิงคนหนึ่งเพียงเพราะเธอใช้ความเซ็กซี่ของตัวเอง?

เพราะถ้าอย่างหลัง เราอาจกำลังกลับไปสู่แนวคิดเก่าที่ Feminism เคยพยายามต่อสู้ เพียงแต่เปลี่ยนคำศัพท์ให้ดู progressive ขึ้นเท่านั้น

สำหรับเรา Sydney Sweeney จะใส่เสื้อ จะถอดเสื้อ จะถ่ายแบบเซ็กซี่ หรือจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกเลย ก็เป็นเรื่องของเธอ

เราไม่จำเป็นต้องชอบ

เราไม่จำเป็นต้องทำตาม

และเรามีสิทธิ์วิจารณ์โฆษณา

แต่ถ้าเราพูดว่า ผู้หญิงควรมีสิทธิ์เหนือร่างกายตัวเอง เราก็ควรหมายความตามนั้นจริง ๆ

ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่ผู้หญิงเลือกในสิ่งที่เราชอบเท่านั้น


Aam Anusorn Soisa-ngim

Aam Anusorn is an independent filmmaker and storyteller with a decade of experience in the industry. As the founder and CEO of Commetive By Aam, he has directed and produced several acclaimed films and series, including the popular "Till The World Ends" and "#2moons2." Known for his creative vision and determination, Aam prefers crafting original stories that push the boundaries of traditional genres, particularly in the BL and LGBTQ+ spaces. Despite the challenges and pressures of working in a competitive field, Aam’s passion for storytelling drives him to explore new ideas and bring unique narratives to life. His work has garnered recognition and support from prestigious platforms, including the Tokyo Gap Financial Market. Aam continues to inspire audiences with his innovative approach to filmmaking, always staying true to his belief in the power of original, heartfelt stories.

https://Commetivebyaam.com
Next
Next

Apple TV กวาด 28 Emmy ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มแห่งปี แซง HBO, Netflix และ 5 เหตุผลที่ต้อง Subscribe