ทำไม “My Prerogative” ของ Britney ถึงเป็นเพลงตอกหน้าคนชอบเสือก
มีเพลงอยู่ไม่กี่เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนคนร้อง “โยนประตูใส่หน้าโลก” แบบสุภาพแต่เด็ดขาด และ “My Prerogative” (2004) ของ Britney Spears คือหนึ่งในนั้นเลย—มันไม่ใช่แค่ซิงเกิลจากอัลบั้มรวมฮิต แต่มันคือประกาศตัวตนว่า ฉันจะใช้ชีวิตแบบฉัน และไม่ขออนุญาตใครทั้งนั้น
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจคำว่า prerogative กันแบบไม่ต้องเปิดดิกให้ปวดหัว: ในภาษาอังกฤษ “prerogative” แปลประมาณว่า “สิทธิ์พิเศษ/สิทธิ์โดยชอบ” หรือพูดแบบคนจริงคือ “สิทธิ์ของกูเอง” ที่ไม่มีใครมาถกเถียงแทนเราได้ พอคำนี้มารวมเป็นประโยค “My Prerogative” มันเลยแปลความรู้สึกได้ประมาณว่า “นี่คือสิทธิ์ของฉัน ฉันเลือกเอง” และพอมันถูกเอามาเป็นเพลง เนื้อหามันก็ยิ่งชัด: ไม่ว่าคนจะนินทา จะตีความ จะตั้งกฎใส่ชีวิตเราแค่ไหน…สุดท้าย เจ้าของชีวิตคือเรา นั่นแหละคือแก่นที่เพลงย้ำซ้ำ ๆ ด้วยประโยคติดหูอย่าง “I don’t need permission, make my own decisions”
เพลงนี้จริง ๆ เป็นเพลงคัฟเวอร์จากต้นฉบับยุค 80s แต่พอมาถึงปี 2004 มัน “พอดีเป๊ะ” กับช่วงที่ Britney ถูกจับตาแบบหายใจยังผิด แล้วทีมก็หยิบเพลงนี้มาแต่งตัวใหม่ให้เป็นป๊อปสังเคราะห์ยุคนั้น เสียงคมขึ้น จังหวะทันสมัยขึ้น และที่สำคัญคือ “อารมณ์” มันกลายเป็นเหมือนคำพูดที่เธออยากตะโกนใส่กล้องว่า ทุกคนหยุดสั่งชีวิตฉันสักที เพลงนี้ถูกปล่อยเป็นซิงเกิลนำและใช้เป็นชื่ออัลบั้มรวมฮิต Greatest Hits: My Prerogative ที่ออกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2004 ซึ่งแค่ตั้งชื่ออัลบั้มแบบนี้ก็เหมือนเธอแปะป้ายไว้หน้าบ้านว่า “ยินดีต้อนรับสู่โลกของฉัน แต่กฎบ้านฉันฉันตั้งเองนะ”
แล้วมิวสิกวิดีโอนี่แหละ…คือความสนุกแบบ “ประชดสื่อ” ที่ทำให้เพลงยิ่งมีรสชาติ เอ็มวีเล่าเป็นหนังสั้น: Britney ขับรถเร็วบนเขา แล้วพุ่งทะลุรั้วตกลงสระในคฤหาสน์ที่กำลังมีงานปาร์ตี้ ก่อนจะขึ้นมาจากน้ำแบบหน้าไม่ตื่น เหมือนบอกว่า จะให้ฉันพังให้ดูใช่ไหม โอเค แต่ฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก โลเคชันคือ The Paramour Mansion ในลอสแอนเจลิส กำกับโดย Jake Navaและพรีเมียร์ใน MTV TRL วันที่ 16 กันยายน 2004 ทั้งภาพทั้งโทนมันเล่นกับความเป็น “tabloid culture” มาก ๆ คือคนดูอยากเห็นดราม่า อยากเห็นเหตุการณ์ใหญ่ ๆ แต่ในอีกมุม มันก็เหมือนเธอกำลังพูดว่า พวกคุณอยากดูฉันเป็นข่าวใช่ไหม งั้นฉันจะเล่าเองในแบบที่ฉันคุมเกม
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เอ็มวีดู “มีเรื่องจริงอยู่ข้างหลัง” คือช่วงนั้น Britney มีอาการเจ็บเข่า แม่ของเธอเคยเล่าว่าเอ็มวีเลยเน้นโคลสอัพและการเคลื่อนไหวที่ไม่หนักมาก เพื่อให้ได้ความสวยแบบ “Old Hollywood” มากกว่าโชว์เต้นเต็มพลัง ซึ่งมันกลับเข้าทางมาก เพราะทำให้เอ็มวีให้ฟีลผู้หญิงลึกลับ สวย และคุมสถานการณ์มากกว่าคนที่กำลังโดนรุมทึ้ง
ในแง่ความสำเร็จ เพลงนี้ไปได้สวยในหลายประเทศ และอัลบั้มรวมฮิตชุดนั้นก็แรงมาก เปิดตัว อันดับ 4 Billboard 200 ด้วยยอดสัปดาห์แรกประมาณ 255,000 ชุด และถูกพูดถึงว่าเป็นการตอกย้ำสถานะไอคอนป๊อปของเธอในยุค 2000s แบบไม่ต้องอธิบายเยอะ (คือแค่ปล่อยรวมฮิต ยังทำให้คนทั้งโลกคุยกันได้ นั่นแหละ power)