10 หนังที่เด็กเรียนฟิล์มควรดู (หรือใครก็ตามที่อยากทำงานสายภาพยนตร์) ดูเถอะ มันดีจริง
หลายคนชอบคิดว่าถ้าอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ อยากเขียนบท หรืออยากทำงานในวงการหนัง เราจำเป็นต้องเรียนคณะภาพยนตร์โดยตรงก่อน
แต่เอาจริง ๆ ในฐานะคนที่เคยกำกับภาพยนตร์มาแล้ว 3 เรื่อง และซีรีส์อีก 4 เรื่อง เรากลับรู้สึกว่า “การดูหนัง” ให้อะไรกับเรามากกว่าการนั่งเรียนทฤษฎีหลายวิชาเสียอีก
เพราะในโลกความจริง การทำหนังมันไม่มีสูตรสำเร็จ
อาจารย์หลายคนเก่งด้านทฤษฎี แต่บางคนแทบไม่เคยผ่านกองถ่ายจริงด้วยซ้ำ ขณะที่หนังดี ๆ หนึ่งเรื่องสามารถสอนเราเรื่องการเล่าเรื่อง การคุมอารมณ์คนดู การกำกับภาพ การเขียนบท หรือแม้แต่จังหวะของหนัง ได้ดีกว่าการอ่านตำราทั้งเล่ม
หนังคือห้องเรียนที่ดีที่สุดของคนทำหนัง
และนี่คือ 10 เรื่องที่เราอยากแนะนำมาก ๆ สำหรับเด็กเรียนฟิล์ม คนทำงานสายครีเอทีฟ หรือใครก็ตามที่รักการเล่าเรื่อง
1. Sicario (ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด) – 2015
กำกับโดย Denis Villeneuve
นำแสดงโดย Emily Blunt และ Benicio del Toro
หนังเล่าเรื่องเจ้าหน้าที่ FBI ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามยาเสพติดบริเวณชายแดนเม็กซิโก และค่อย ๆ พบว่าทุกอย่างในโลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ
สิ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับเรื่องนี้คือมันเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรามาก แต่หนังทำให้เราเข้าใจโลกนั้นได้ง่ายและสนุกตลอดเวลา หนังเต็มไปด้วยความกดดัน ความเงียบ และบรรยากาศที่ชวนอึดอัดแบบแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะเลย
สำหรับคนทำหนัง เรื่องนี้สอนเรื่อง “การคุมอารมณ์คนดู” ได้โหดมาก
2. Little Miss Sunshine (ซันไชน์ เด็กน้อยหัวใจอัจฉริยะ) – 2006
กำกับโดย Jonathan Dayton และ Valerie Faris
นำแสดงโดย Abigail Breslin และ Steve Carell
หนัง Road Movie ที่เล่าเรื่องครอบครัวสุดเพี้ยนที่ต้องเดินทางข้ามเมืองเพื่อพาลูกสาวตัวน้อยไปประกวดนางงามเด็ก แต่ระหว่างทางทุกคนก็ต้องเผชิญปัญหาชีวิตของตัวเอง
มันเป็นหนังที่ทั้งตลก เศร้า และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญคือมันทำให้เราโอเคกับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง
นี่คือหนังที่สอนเรื่อง “การเขียนตัวละคร” ได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลย
3. Scream 4 (หวีดแหกกฎ) – 2011
กำกับโดย Wes Craven
นำแสดงโดย Neve Campbell และ Emma Roberts
Ghostface กลับมาอีกครั้ง พร้อมคดีฆาตกรรมใหม่ที่เชื่อมโยงกับอดีตของเมือง Woodsboro
หลายคนชอบแนะนำ Seven หรือ Saw เวลาพูดถึงหนังหักมุม แต่สำหรับเรา Scream 4 คือ underrated มาก ถ้ายังไม่โดนสปอยล์นะ เดาทางแทบไม่ถูกเลย
มันเป็นหนังที่เข้าใจสูตรหนังสยองขวัญและเอามาเล่นกับคนดูอย่างฉลาดมาก
4. เราสองสามคน (That Sounds Good) – 2010
กำกับโดย Kongdej Jaturanrasamee
นำแสดงโดย Ananda Everingham และ Apinya Sakuljaroensuk
หนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคนสามคนที่เดินทางไปเกาหลี และค่อย ๆ เรียนรู้ความรู้สึกของตัวเองผ่านช่วงเวลาธรรมดา ๆ
มันเป็นหนังที่จริงใจมาก ดูแล้วอบอุ่น สบายใจ และไม่พยายามซับซ้อนเกินไป
บางครั้งหนังที่ดีที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องเล่าอะไรใหญ่โตเลย
5. Spotlight (คนข่าวคลั่ง) – 2015
กำกับโดย Tom McCarthy
นำแสดงโดย Mark Ruffalo และ Michael Keaton
หนังสร้างจากเรื่องจริงของทีมนักข่าวที่พยายามเปิดโปงคดีล่วงละเมิดทางเพศภายในโบสถ์คาทอลิก
นี่คือหนังที่มีตัวละครเยอะมาก แต่คนดูไม่หลงเลย มันสอนเรื่องการเล่าเรื่องหลายตัวละคร การเขียนบท และการใช้บทพูดได้ดีมาก
ยิ่งรู้ว่าเป็นเรื่องจริง ยิ่งช็อกหนักเข้าไปอีก
6. Precious (ชีวิตมหัศจรรย์วันเดอร์ฟูล) – 2009
กำกับโดย Lee Daniels
นำแสดงโดย Gabourey Sidibe และ Mo’Nique
หนังเล่าเรื่องเด็กสาวที่เติบโตมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรุนแรง และพยายามดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนชีวิตตัวเอง
มันหนัก มันเจ็บ แต่มันจริงจนเรารู้สึกเหมือนกำลังมองชีวิตคนคนหนึ่งอยู่จริง ๆ
สำหรับคนที่อยากศึกษาการแสดงสายดราม่า เรื่องนี้คือของจริง
7. Crawl (คลานขย้ำ) – 2019
กำกับโดย Alexandre Aja
นำแสดงโดย Kaya Scodelario และ Barry Pepper
หญิงสาวคนหนึ่งติดอยู่ในบ้านที่กำลังน้ำท่วมพร้อมกับจระเข้ยักษ์ที่พร้อมจะฆ่าเธอทุกเมื่อ
หลายคนอาจแนะนำ Jurassic Park แต่สำหรับเรา Crawl คือหนังสัตว์ที่เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก
พื้นที่เล็ก ๆ แต่มันลุ้นจนเหนื่อย และสอนเรื่องการใช้ “ข้อจำกัด” ให้กลายเป็นจุดแข็งได้ดีมาก
8. Argo (แผนฉกฟ้าแลบลวงสะท้านโลก) – 2012
กำกับโดย Ben Affleck
นำแสดงโดย Ben Affleck และ Bryan Cranston
สร้างจากเรื่องจริงของปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันชาวอเมริกันในอิหร่าน ด้วยแผนปลอมตัวเป็นทีมสร้างหนังฮอลลีวูด
มันเป็นหนังที่ดูเหมือนธรรมดา แต่เต็มไปด้วยความกดดันและความลุ้นตลอดเวลา
นี่คือหนังที่สอนเรื่อง “จังหวะ” ได้ดีมาก
9. คน ผี ปีศาจ (Pisaj) – 2004
กำกับโดย Chookiat Sakveerakul
นำแสดงโดย Bhumiwari Yodkamol และ Alexander Rendell
หนังเล่าเรื่องวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ลึกลับและความน่ากลัวบางอย่างภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
สิ่งที่เราชอบมากคือมันเล่นกับ “ความอึดอัด” และ “บรรยากาศ” ได้เก่งมาก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ jump scare ตลอดเวลา
มันทำให้เรารู้สึกว่าความน่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ผี แต่คือมนุษย์
10. The Fault in Our Stars (ดาวบันดาล) – 2014
กำกับโดย Josh Boone
นำแสดงโดย Shailene Woodley และ Ansel Elgort
หนังเล่าเรื่องวัยรุ่นสองคนที่ป่วยเป็นมะเร็งและค่อย ๆ ตกหลุมรักกันผ่านช่วงเวลาสั้น ๆ ของชีวิต
มันเป็นหนังรักที่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป แต่เต็มไปด้วยความจริงใจและความอบอุ่นแบบที่ดูจบแล้วหัวใจมันอิ่ม
นี่คือหนึ่งในหนังที่สอนเรื่อง “อารมณ์” ได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลย
สุดท้ายนี้ เราไม่ได้บอกว่าการเรียนภาพยนตร์ไม่สำคัญนะ แต่เราแค่รู้สึกว่าหลายครั้ง “การดูหนัง” และ “การลงมือทำ” คือครูที่ดีที่สุด หนังดี ๆ หนึ่งเรื่อง อาจสอนเราเรื่องการเล่าเรื่องได้มากกว่าการนั่งฟังเลคเชอร์ทั้งเทอมด้วยซ้ำ ดูหนังให้เยอะ วิเคราะห์มัน ตั้งคำถามกับมัน แล้วลองคิดว่า “ถ้าเราเป็นผู้กำกับ เราจะเล่าแบบนี้ไหม?”