เนเน่ รอยัล วัย 16 ปี กับวันที่โลกกำลังได้เห็นว่า “ผู้หญิงไทยแม่งโคตรเก่ง”

มีบางการแสดงที่เราดูแล้วรู้สึกว่า “เก่งจัง” แล้วก็จบ แต่กับ เนเน่ รอยัล (Nene Royal) เรากลับรู้สึกมากกว่านั้น เพราะสิ่งที่เด็กผู้หญิงไทยวัยเพียง 16 ปีกำลังทำบนเวที America’s Got Talent มันไม่ใช่แค่เรื่องของการร้องเพลงดีหรือเล่นกีตาร์เก่ง แต่มันคือความกล้าที่จะเดินขึ้นไปบนเวทีระดับโลก แล้วทำให้คนทั้งฮอลล์หันมามองเธอ

เนเน่ หรือ รัตติกานต์ อำลอย เป็นนักร้องและมือกีตาร์จากภูเก็ต เธอเริ่มสร้างชื่อใน America’s Got Talent Season 21 ด้วยการนำเพลง “Zombie” ของ The Cranberries มาแสดงในรอบออดิชัน และได้รับ Yes จากกรรมการทั้งสี่คน หลังจากนั้นเธอกลับมาอีกครั้งในรอบ Judges’ Callbacks กับ “Hysteria” ของ Muse ก่อนที่ล่าสุดจะขึ้นรอบ Quarterfinals กับ “Black Hole Sun” ของ Soundgarden และได้รับ Golden Buzzer จาก Mel B ส่งเธอตรงเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของรายการ (สำนักงานรัฐมนตรีต่างประเทศ)

แต่สิ่งที่ทำให้เราประทับใจที่สุดอาจไม่ใช่ Golden Buzzer ด้วยซ้ำ

มันคือความกล้า

ลองคิดดูว่าอายุ 16 ปี เรากำลังทำอะไรกันอยู่ แล้วลองจินตนาการว่าเด็กคนหนึ่งจากภูเก็ตต้องเดินทางไปอีกซีกโลก ยืนอยู่ตรงหน้ากรรมการระดับโลก กล้องโทรทัศน์ ผู้ชมเต็มสตูดิโอ และคนดูจากหลายประเทศ แล้วต้องทำให้ทุกคนเชื่อในตัวเธอภายในเวลาไม่กี่นาที

แม่งต้องกล้าขนาดไหนวะ

และสิ่งที่น่าสนใจคือ เนเน่ไม่ได้เพิ่งจับกีตาร์ก่อนเข้ารายการ เธอเริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุประมาณ 6 ปี ฝึกฝนด้วยตัวเอง และเคยเล่นดนตรีตามตลาดในภูเก็ตมาก่อน นอกจากนี้ยังเคยผ่านการแข่งขันดนตรีในประเทศไทยหลายรายการ ก่อนจะมาถึงเวที AGT ในวันนี้ (Time Out Worldwide)

นั่นทำให้เรื่องของเธอสวยงามขึ้นไปอีก เพราะเราไม่ได้กำลังเห็น “เด็กมหัศจรรย์ที่จู่ ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้” เรากำลังเห็นผลลัพธ์ของเด็กคนหนึ่งที่ฝึก ฝัน ทำงาน และค่อย ๆ สร้างตัวเองขึ้นมาหลายปี ก่อนที่วันหนึ่งโลกจะมีเวทีใหญ่พอให้เราได้เห็นเธอ

แล้วทำไมช่วงนี้เราถึงรู้สึกว่าผู้หญิงไทยแม่งโคตรเก่ง?

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าคนไทยกำลังถูกมองเห็นบนเวทีโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงไทย

เรามี ลิซ่า ที่สามารถก้าวออกจากประเทศไทยไปสร้างชื่อในอุตสาหกรรมดนตรีระดับโลก เรามีนักกีฬาหญิงไทย และโดยเฉพาะ วอลเลย์บอลหญิงไทย ที่ทำให้คนต่างประเทศรู้จักประเทศไทยผ่านกีฬา และวันนี้เรามีเด็กผู้หญิงจากภูเก็ตวัย 16 ปี ถือกีตาร์ขึ้นไปยืนบนเวทีของ America’s Got Talent แล้วเล่น Rock แบบไม่กลัวใคร

พอมองทุกอย่างรวมกัน เราเริ่มถามตัวเองว่า

จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีผู้หญิงเก่ง ๆ แบบนี้อยู่มาตลอดหรือเปล่า?

บางทีคำตอบอาจเป็น “ใช่”

พวกเธออาจไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ ความสามารถเหล่านี้อาจมีอยู่ในสังคมไทยมาหลายรุ่นแล้ว เพียงแต่ในอดีต โอกาส พื้นที่ทางสังคม ค่านิยมเรื่องเพศ ระบบอำนาจ หรือแม้กระทั่งความคาดหวังที่สังคมมีต่อผู้หญิง อาจทำให้ผู้หญิงจำนวนมากไม่ได้มีอิสระในการแสดงออกอย่างเต็มที่

เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “เนเน่อีกกี่คน” ที่เคยเกิดมาแล้วแต่โลกไม่เคยรู้จัก แต่เราคิดว่ามันเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก

เพราะความสามารถของมนุษย์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อมี TikTok, YouTube หรือรายการประกวดระดับโลก

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือโอกาสที่คนธรรมดาจะสามารถทำให้โลกเห็นความสามารถของตัวเองต่างหาก

นี่แหละคือเสรีภาพที่ออกดอกออกผล

เวลาพูดถึงคำว่า “เสรีภาพ” เรามักคิดถึงเรื่องการเมือง กฎหมาย หรือสิทธิในการพูด แต่สำหรับเรา เสรีภาพยังมีหน้าตาแบบนี้ด้วย

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสามารถหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่น Rock ได้ โดยไม่ต้องถามใครว่ามัน “เหมาะกับผู้หญิงไหม”

เด็กจากภูเก็ตสามารถฝันว่าอยากเป็นศิลปินระดับโลกได้

ผู้หญิงไทยสามารถเป็นนักร้อง นักกีฬา นักแสดง นักดนตรี หรือเป็นอะไรก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบที่คนรุ่นก่อนเคยกำหนดไว้ให้

เมื่อคนมีพื้นที่มากขึ้นในการเป็นตัวเอง เราก็เริ่มค้นพบความสามารถที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ในประเทศนี้

สำหรับเรา นี่คือหนึ่งในสิ่งที่สวยงามที่สุดของเสรีภาพ

เสรีภาพไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ แต่หมายความว่าทุกคนควรมีโอกาสได้ลอง

และเมื่อคนจำนวนมากขึ้นมีโอกาสได้ลอง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ วันนี้เราได้เห็นเด็กผู้หญิงไทยวัย 16 ปีคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลาง Golden Confetti บนเวที America’s Got Talent

เนเน่ไม่ได้ต้องชนะเพื่อพิสูจน์อะไรแล้ว

แน่นอนว่าเราอยากเห็นเนเน่ไปให้ไกลที่สุด และตอนนี้เธอได้เข้าไปถึงรอบ Grand Final แล้ว โดยมีกำหนดออกอากาศวันที่ 23 กันยายน 2026 ตามเวลาไทย (สำนักงานรัฐมนตรีต่างประเทศ)

แต่สำหรับเรา ต่อให้สุดท้ายผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นไปแล้วและไม่มีใครเอากลับคืนได้

โลกเห็นเธอแล้ว

โลกเห็นเด็กผู้หญิงจากประเทศไทยคนหนึ่งที่ร้องเพลงได้ เล่นกีตาร์ได้ มีบุคลิก มีความกล้า และสามารถยืนอยู่บนเวทีใหญ่โดยไม่ถูกกลืนหายไปกับมัน

และเราอยากให้น้องรู้ว่า ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เราชื่นชมน้องมากจริง ๆ

ไม่ใช่เพราะน้องทำให้ประเทศไทย “ดูดี” ต่อหน้าชาวต่างชาติ แต่เพราะน้องกำลังพิสูจน์ให้เด็กไทยอีกจำนวนหนึ่งเห็นว่า จุดเริ่มต้นของเราไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าปลายทางของเราจะไปได้ไกลแค่ไหน

จากเด็กที่เคยเล่นดนตรีตามตลาดในภูเก็ต วันนี้เธอกำลังยืนอยู่บนหนึ่งในเวทีโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา (Nation Thailand)

และบางที หลังจากดูเนเน่ อาจมีเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่ที่เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ กรุงเทพฯ หรือจังหวัดเล็ก ๆ ที่ไหนสักแห่ง หยิบกีตาร์ขึ้นมาแล้วคิดว่า

“ถ้าพี่เขาทำได้ บางทีเราก็อาจทำได้เหมือนกัน”

ถ้าเกิดสิ่งนั้นขึ้นจริง สำหรับเรา มันยิ่งใหญ่กว่า Golden Buzzer เสียอีก

```

Aam Anusorn Soisa-ngim

Aam Anusorn is an independent filmmaker and storyteller with a decade of experience in the industry. As the founder and CEO of Commetive By Aam, he has directed and produced several acclaimed films and series, including the popular "Till The World Ends" and "#2moons2." Known for his creative vision and determination, Aam prefers crafting original stories that push the boundaries of traditional genres, particularly in the BL and LGBTQ+ spaces. Despite the challenges and pressures of working in a competitive field, Aam’s passion for storytelling drives him to explore new ideas and bring unique narratives to life. His work has garnered recognition and support from prestigious platforms, including the Tokyo Gap Financial Market. Aam continues to inspire audiences with his innovative approach to filmmaking, always staying true to his belief in the power of original, heartfelt stories.

https://Commetivebyaam.com
Previous
Previous

ศศิภาพร จันทวิสูตร จาก “ดาวร่วง” สู่การกลับมาพาวอลเลย์บอลหญิงไทยลุ้นแชมป์เอเชีย 2026

Next
Next

ทำไม “เสรีนิยมอเมริกัน” มันดูประหลาดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรื่องสิทธิ ศาสนา LGBTQ+ การเมือง เริ่มตีกันแล้ว